อยากลงแข่งกะเขาบ้างแต่ไม่รู้อะไรเลย


อยากลงแข่งกะเขาบ้างแต่ไม่รู้อะไรเลย
การสมัครแข่ง | ไปถึงสนามแข่ง | ลงสนามแข่งขัน | หลังจบการแข่งขัน

มีนักเทนนิสหลายคนเลยทีเดียวในบ้านเราที่ลองหัดเล่นเทนนิสแล้วรู้สึกว่าก็สนุกดี หัดไปหัดมา เอ๊ะ เราก็ตีใช้ได้เหมือนกันนะนี่ แต่ก็อยู่แค่ในสโมสร ในคอร์ตเราเอง ตีกันจนเบื่อหน้าแล้ว อยากไปลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง เห็นข่าวเขาลงแข่งกัน น่าลองนะ แต่จะทำไงดี ไม่รู้เรื่องอะไรเลย สมัครที่ไหน ต้องเตรียมอะไรไป ไปถึงสนามต้องทำไงบ้าง(เพื่อไม่ให้เอ๋อ) เฮ้อ ปัญหาวุ่นวาย แต่ก็ยังอยากแข่งอยู่ดี คิดไม่ตก!!!
แต่ตอนนี้น้อง ๆ ไม่ต้องกังวลกับปัญหาเหล่านี้แล้วนะครับ น้อง ๆ สามารถสมัครแข่งทางอินเตอร์เน็ตผ่านทางเว็บเราได้เลย และสามารถตรวจเช็ครายละเอียดจำเป็นต่าง ๆ ได้ที่นี่ว่าจะต้องไปแข่งวันไหน กี่โมง อีกทั้งยังมีรายการแนะนำว่ามีรายการอะไรบ้างเมื่อไร จัดที่ไหน ฯลฯ ไม่ต้องไปขวนขวายให้วุ่นวายใจ สำหรับน้อง ๆ ที่ไม่เคยรู้รายละเอียด เกี่ยวกับการแข่งเทนนิสมาก่อนเลยว่าเขาแข่งกันยังไง ต้องทำอะไรบ้าง ก็อ่านรายละเอียดง่าย ๆ ข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ จากนี้การลงแข่ง จะไม่เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ใคร ๆ ก็รู้ข้อมูลได้ ไปแข่งเองได้โดย ไม่ต้องไปถามใคร แถมยังมีข้อดีอีกข้อสำหรับการลงแข่งด้วยนะครับ การลงแข่งจะทำให้น้องได้มีอันดับอยู่ในทำเนียบนักเทนนิสเยาวชนไทย

ถ้าน้องมีผลงานดีอันดับของน้องก็จะดีขึ้นตามลำดับ และอันดับกับผลงานนี้สามารถนำไปใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตร ลาดกระบัง ประสานมิตร ฯลฯ ได้ในโครงการช้างเผือกหรือโควตาพิเศษสำหรับนักกีฬาครับ สำหรับมหาวิทยาลัยของเอกชนเขาก็มีโครงการนี้สำหรับนักกีฬาเหมือนกันและเปิดโอกาสให้เรียนฟรีครับ ถ้าลงแข่งเทนนิสแล้วมีข้อดีมากมายอย่างนี้แล้ว มาศึกษาข้อมูลจำเป็นกันเลยครับ

เกี่ยวกับการสมัครแข่ง

1. การลงแข่งจะต้องมีการสมัคร ซึ่งแต่ละรายการก็จะมีกำหนดการเปิด-ปิดรับสมัคร วิธีการ และสถานที่รับสมัครที่แตกต่างกันไป ซึ่งสามารถเช็ครายละเอียดเหล่านี้ได้จากเว็บของเรา เราจะมีปฏิทินเทนนิสไทยให้ดูว่ามีรายการแข่งอะไรในช่วงไหนบ้าง รับสมัครที่ไหนเมื่อไหร่ พิเศษสำหรับรายการที่ไทยเทนนิสแม็กกาซีนเป็นผู้จัดก็สามารถ สมัครผ่านทางเน็ต ได้เลย เพียงน้องสมัครเป็นสมาชิกของเว็บเรา เพียงแค่คลิกเลือกรุ่นอายุเท่านั้น ไม่ต้องโทรสาร หรือโทรศัพท์ยืนยัน ก็ถือว่าเรียบร้อย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราสมัครเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่น้องกดสมัครชื่อของน้องก็จะเข้าไปปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้สมัคร ซึ่งจะเป็นตารางโชว์ขึ้นมาให้น้องดูได้ทันที ตอนกดสมัครแข่งนี้ยังไม่ต้องชำระค่าสมัครครับ ไปจ่ายค่าสมัครเอาเมื่อวันไปรายงานตัวที่สนามแข่งขัน



ตัวอย่างการสมัครแข่งขันผ่านทางอินเตอร์เน็ต

2. การแข่งเทนนิสเยาวชนจะแบ่งแยกหญิงชายและแบ่งเป็นรุ่นอายุต่าง ๆ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี, 10 ปี, 12 ปี, 14 ปี, 16 ปี, และ 18 ปี เราอายุเท่าไหร่ก็ลงเล่นในรุ่นนั้น ถ้าเราอายุเป็นเลขคี่ เช่น 11 ปี ก็เล่นในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ถ้า 9 ปี ก็ลงเล่นรุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี อย่างนี้เป็นต้น การนับอายุในการลงแข่งเทนนิสให้เอา พ.ศ. ปัจจุบัน (2544) ลบด้วย พ.ศ. เกิด ของเรา เช่นถ้าเราเกิด 2 ธันวาคม 2531 ก็ต้องลงรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี (2544-2531 = 13) แข่งเทนนิสนี่เขานับปีเกิดนะครับไม่ได้นับเดือนเกิด ให้ดูจากการลบพ.ศ. เท่านั้น ในกรณีนี้จะลงในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีโดยอ้างว่ายังไม่ถึงเดือนธันวาเพราะฉะนั้นเรายัง 12 อยู่ไม่ได้นะครับ เขายึดหลักเอาพ.ศ. ปัจจุบันลบด้วยพ.ศ.เกิดเท่านั้นครับ
3. เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องเข้ามาเช็คอีกทีภายหลังตามเวลาที่เขากำหนด( มักจะเป็นวันที่หลังจากการปิดรับสมัครไปประมาณ 5 วัน) ว่าเราอยู่รอบควอลิไฟล์ (Qualify) หรือเมนดรอว์ (Main Draw) อันนี้เขาเรียกว่าเช็คสถานภาพครับ
ในการแข่งขันเทนนิสหากมีจำนวนคนมากล่ะก็จะแบ่งออกเป็นรอบควอลิไฟล์และเมนดรอว์ ควอลิไฟล์ก็เท่ากับเป็นรอบคัดเลือกเพื่อให้ได้เข้าไปเล่นในเมนดรอว์นั่นเอง ผู้ที่อยู่ในรอบควอลิไฟล์จะประกบคู่แข่งกันแบบน็อคเอาท์ คือใครแพ้ก็ตกรอบไปเลย จนเหลือ 4 คนสุดท้าย 4 คนนี้จะได้เข้าสู่รอบเมนดรอว์ ในรอบเมนดรอว์ก็จะเล่นแบบน็อคเอาท์เช่นกัน ใครแพ้ก็ตกรอบไป จนเหลือคนที่ชนะเลิศก็คือแชมป์เปี้ยนของรุ่นนั้น ๆ นั่นเอง
เราต้องเช็คสถานภาพของเราว่าเราได้อยู่ในรอบควอลิไฟล์หรือเมนดรอว์ เพราะวันเวลารายงานตัวจะต่างกันครับ เมื่อทราบแล้วเราจะได้ดูกำหนดเวลาได้ถูกว่าต้องไปรายงานตัวเมื่อไหร่ (หากเราไม่ไปรายงานตัวตามเวลาที่เขากำหนดไว้ ถือว่าสละสิทธิ์นะครับ)
น้อง ๆ บางคนอาจจะงงว่าเขายึดเกณฑ์อะไรมาแบ่งว่าใครจะได้อยู่รอบเมนดรอว์หรือควอลิไฟล์ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะใช้อันดับ(rankings) เป็นหลักครับ ผู้ที่มีคะแนนสะสมอยู่ในอันดับ 12 คน แรก หรือ 28 หรือ 60 คนแรก (จะเอาเท่าไหร่แล้วแต่คณะกรรมการกำหนดตามเหมาะสมในแต่ละครั้ง) จะได้อยู่ในเมนดรอว์ ส่วนคนที่อยู่ในอันดับต่ำกว่านี้หรือไม่มีอันดับเลยจะต้องไปเล่นในรอบควอลิไฟล์ก่อนซึ่งก็คือรอบคัดเลือกเพื่อเข้าสู่เมนดรอว์นั่นเอง แต่ในรุ่นที่มีผู้สมัครแข่งขันเป็นจำนวนมากอาจมีแบ่งเป็นสามสถานภาพคือ เมนดรอว์ ควอลิไฟล์ และมีรอบพรีควอลิไฟล์ (รอบก่อนรอบคัดเลือก) แข่งกันเพื่อเข้าสู่ควอลิไฟล์อีกทีครับ
น้องที่เพิ่งลงแข่งใหม่ ๆ ก็คงต้องอยู่รอบก่อนคัดเลือกหรือรอบคัดเลือกไปก่อน เพราะเรายังไม่มีคะแนนสะสมเลย เมื่อแข่งไปแล้วก็จะเริ่มมีคะแนนสะสม และหากผลงานดี ไม่แน่คราวหน้าอาจได้เข้าไปอยู่ในเมนดรอว์ก็ได้ครับ
การตรวจเช็คสถานภาพนี้ ทางเว็บเราจะบอกไว้ว่าจะเช็คสถานภาพได้ตั้งแต่วันไหน แล้วน้องก็เข้ามาเช็คได้ตามนั้นเลยครับ เมื่อดูว่าอยู่เมนดรอว์ หรือควอลิไฟล์ หรือพรีควอลิไฟล์แล้ว ก็ดูว่ารุ่นของเรารอบของเรารายงานตัววันไหนกี่โมง แล้วก็ไปสนามแข่งตามวันเวลาที่กำหนดไว้ได้เลยครับ แต่ละรุ่นแต่ละสถานภาพจะมีกำหนดเวลาที่ต่างกันไป เช็คให้ดีดีนะครับ

ตัวอย่าง
นายกิตติชัย วงศ์งาม รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี สถานภาพ = ควอลิไฟล์
ก็ต้องดูว่า รุ่น 14 ปี รอบควอลิไฟล์เขาระบุวันเวลารายงานตัวเมื่อไหร่ สมมติว่าเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2544 เวลา 13.00-13.30 น้องกิตติชัยก็ต้องไปสนามแข่งวันที่ 22 พ.ค. ช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายโมงถึงบ่ายโมงครึ่ง คือแสดงว่าเขาจะให้ทำการรายงานตัวได้ในช่วงเวลานี้ครับถ้าไปหลังบ่ายโมงครึ่งก็ถือว่าสละสิทธิ์ครับ
4. หากสมัครไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจ หรือมีธุระด่วนไม่สามารถไปแข่งขันได้ ก็ให้ทำการถอนตัวครับ สำหรับสมาชิกเว็บเราก็สามารถทำการถอนตัวได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เข้าไปกด unregister เท่านั้นเองครับชื่อของน้องก็จะถูกดึงออกไปจากรายชื่อทันที ง่าย ๆ แค่นี้เองครับไม่ยุ่งยากเลย

ไปถึงสนามแข่งต้องทำอะไร ยังไงบ้าง เขาแข่งกันอย่างไร

ในหัวข้อที่แล้วเราก็ได้อธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครแข่งไปแล้วนะครับ ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนเมื่อไปถึงสนามแข่งแล้ว ต่อไปจะเป็นรายละเอียดอธิบายว่าเมื่อไปถึงแล้วต้องทำยังไงบ้าง ปกติเขาทำอะไรกันอย่างไร รับรองครับว่าเมื่ออ่านจบแล้วจะไม่มีใครรู้เลยว่าน้องเพิ่งมาลงแข่งเป็นครั้งแรก



ภาพการจัดสายการแข่งขัน

1. เมื่อมาถึงสนามแข่งก็ให้ไปหาห้องสำหรับนักกีฬารายงานตัว เราต้องไปเซ็นชื่อรายงานตัวว่ามาแล้ว และชำระค่าสมัครตอนรายงานตัวนี้เลยครับ เมื่อเซ็นชื่อและชำระค่าสมัครก็ถือว่าเรียบร้อยแล้วครับสำหรับการรายงานตัว
2. แล้วจะแข่งเมื่อไหร่? เมื่อถึงเวลาปิดลงชื่อรายงานตัวสำหรับรุ่นของน้องแล้ว คณะกรรมการก็จะทำการจับสลากแบ่งสาย ณ ที่ห้องรายงานตัวนั่นเอง น้องสามารถเข้าไปร่วมดูการจับสลากแบ่งสายและจับสลากเองได้เลย หรือจะไม่เข้าไปร่วมก็ไม่เป็นไรครับ อันนี้ไม่เป็นการบังคับ ใครสนใจก็เข้าไป ใครไม่สนก็ตามสบาย การจับสลากก็จะกินเวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วเขาก็จะเริ่มประกาศให้ลงแข่งทีละคู่ น้องต้องอยู่แถว ๆ นั้นคอยฟังประกาศให้ดีดีครับ ว่าเขาจะเรียกเราลงแข่งหรือยัง สรุปก็คือหลังปิดลงชื่อรายงานตัวประมาณครึ่งชั่วโมงน้องก็จะได้ลงแข่งครับ
3. ปกติการแข่งขันจะมีกรรมการเป็นผู้ตัดสินทุกรอบ แต่สำหรับบางรายการแข่งขันในรุ่นอายุไม่เกิน 14 และ 18 ปีจะให้นักกีฬานับแต้มกันเองผู้ตัดสินอยู่นอกสนาม ซึ่งจะเข้าไปทำหน้าที่เฉพาะเวลาที่มีปัญหาตกลงกันไม่ได้เท่านั้น และจะมีผู้ตัดสินในสนามก็เมื่อถึงรอบรองชนะเลิศกับรอบชิงชนะเลิศเท่านั้นครับ (เป็นการฝึกสำหรับเด็กรุ่นอายุที่จะก้าวไปแข่งขันต่อในรายการเยาวชนโลก เพราะเวลาไปแข่งขันในต่างประเทศในบางรายการเขาจะไม่มีกรรมการตัดสิน จนถึงรอบรองชนะเลิศครับ)

สำหรับรายการที่มีผู้ตัดสิน
หลังจากที่รายงานตัวไปเรียบร้อยแล้ว พอใกล้เวลาแข่งขัน น้องก็นั่งรออยู่แถวนั้น พอสนามว่างคณะกรรมการจัดการแข่งขันก็จะประกาศเรียกลงแข่งทีละคู่ คอยฟังประกาศให้ดี ถ้าเขาเรียกเราแล้วก็ไปตามสนามที่เขาประกาศ อย่ามัวโอ้เอ้นะครับ ถ้าช้ากว่า 15 นาทีน้องจะถูกปรับให้แพ้บาย

สำหรับรายการที่ต้องตัดสินกันเอง
อันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ รอฟังเขาเรียกประกาศเหมือนแบบแรก เพียงแต่พอเขาประกาศเรียกแล้วเราไม่ตรงไปที่สนามเลย แต่เขาจะเรียกน้องไปที่โต๊ะของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน น้องก็ไปที่โต๊ะที่เขาประกาศพร้อมกับอุปกรณ์ในการแข่งด้วย ไปถึงเขาจะให้ใบที่น้องจะใช้เพื่อบันทึกผลการแข่งขัน แล้วค่อยบอกอีกทีว่าจะให้น้องไปสนามไหน หลังจบการแข่งขันแล้วน้องหรือคู่ต่อสู้ของน้องจะต้องจดสกอร์ลงในใบนี้แล้วเอามาคืนที่โต๊ะของคณะกรรมการจัดกสนแข่งขัน (โดยปกติแล้วผู้ชนะจะเป็นคนรับผิดชอบเอามาคืนครับ)

เมื่อลงสนามแข่งขัน

การเสี่ยงทาย
เมื่อลงไปในสนามแล้วกรรมการจะทำการเสี่ยงทายให้ครับ คือให้เรากับคู่ต่อสู้เลือกหัวหรือก้อย แล้วเขาจะโยนเหรียญตัดสินให้ ฝ่ายที่ทายถูกจะได้เป็นฝ่ายเลือกว่าจะเลือกเป็นฝ่ายเสริฟหรือฝ่ายรับก่อนในเกมแรก หรือน้องอาจไม่เลือกตรงจุดนี้เปลี่ยนเป็นเลือกว่าจะอยู่ข้างไหนก่อนก็ได้(คือเลือกว่าจะเลือกยืนในข้างไหนในเกมแรก) ถ้าน้องเลือกว่าจะยืนข้างไหนน้องก็จะไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะเสริฟก่อนหรือเปล่า ในทำนองเดียวกันถ้าน้องเลือกว่าจะเป็นฝ่ายเสริฟหรือฝ่ายรับก่อน น้องก็จะไม่มีสิทธิ์เลือกข้างหรือที่เขาเรียกกันว่าเลือกแดนนั่นเอง ส่วนมากคนที่ชนะในการเสี่ยงทายเขาจะเลือกเสริฟก่อนครับ เพราะเขาว่าคนเสริฟก่อนมักจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ(ส่วนมากโดยเฉพาะผู้ชายใครเป็นฝ่ายเสริฟมักจะเป็นฝ่ายได้เกม ดังนั้นถ้าได้เสริฟก่อนก็จะเป็นฝ่ายนำไปก่อน ส่วนบางคนก็คิดว่าเสริฟก่อนได้เปรียบเพราะเกมเทนนิสนี่เขาพักเบรกตอนเกมเลขคี่ครับถ้าเราเลือกเสริฟก่อนก็เท่ากับว่าเมื่อเกมที่เราเสริฟจบลงนั้นเราจะได้พักกินน้ำทันที ก็จะทำให้ได้พักหลังจากเกมที่ต้องใช้พลังงานเยอะจากการเสริฟครับ)ส่วนบางคนในกรณีที่รู้ว่าคู่ต่อสู้ตนเสริฟไม่เอาไหนนั้น เขาก็จะเลือกเป็นฝ่ายรับครับ เพราะคิดว่าจะได้ตีทำเกมนำไปก่อน บางคนก็นิยมเลือกแดน(เลือกว่าจะอยู่ข้างไหน)แล้วเลือกให้ตัวเองอยู่ข้างแดดร่ม ให้คู่ต่อสู้ไปอยู่ข้างแดด เวลาโยนลูกเสริฟเขาก็ตาพร่าเพราะแดดส่องตา ทำให้เราตีทำคะแนนได้ง่าย อะไรอย่างนี้เป็นต้น เอาเป็นว่าก็แล้วแต่น้องจะเลือกก็แล้วกันนะครับ
ตัวอย่าง
น้องกิตติชัยแข่งกับน้องศร กิตติชัยเป็นฝ่ายชนะในการเสี่ยงทาย
-
ในกรณีที่กิตติชัยเลือกเสริฟ ศรจะเป็นฝ่ายเลือกแดน
- ถ้ากิตติชัยเลือกเป็นฝ่ายรับ ศรก็ได้เลือกแดน
- ถ้ากิตติชัยเลือกแดน ศรก็ได้เลือกว่าจะเสริฟก่อนเองหรือจะให้กิตติชัยเสริฟก่อน
สำหรับรายการที่ไม่มีผู้ตัดสินก็ไม่ต้องห่วงครับ กรรมการเขาจะมาโยนเหรียญเสี่ยงทายให้ก่อน แล้วค่อยออกไปปล่อยให้น้องนับแต้มกันเอง

วอร์มอัพ
หลังจากเสี่ยงทายเสร็จ กรรมการก็จะให้น้องน็อคกันเป็นการวอร์มอัพก่อนประมาณ 5 นาทีแล้วค่อยเริ่มการแข่งขัน ปกติจะน็อคกันประมาณสามนาที ที่เหลือสอองนาทีจะเป็นการวอร์มเสริฟ

การนับแต้ม
1. ในกีฬาเทนนิสเขานับแต้มแปลกกว่ากีฬาชนิดอื่น ๆ ครับคือไม่ได้นับเป็นหนึ่ง...สอง...สาม...อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แต่นับเป็น 15...30...40...เกม โดยการยืนเสริฟก็จะสลับข้างไปในแต่ละแต้ม
แต้มแรกนับว่า 15 ถ้าได้แต้มต่อไปก็เป็น 30 แต้มต่อไปก็เป็น 40 ถ้าได้อีกแต้มก็เท่ากับเกม คือได้ไปหนึ่งเกม ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้ 40 เท่ากันเรียกว่าดิวส์ (deuce) ถ้าดิวส์แล้วต้องทำคะแนนให้ได้สองแต้มติดกันจึงจะได้เกมครับ ถ้าทำได้แต้มหนึ่งแล้วเรียกว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือ advantage ถ้าทำแต้มต่อไปได้อีกก็เกม แต่ถ้าเสียแต้มต่อไปก็เท่ากับว่ากลับไปเป็นดิวส์ใหม่
ในบางรายการแข่งขันบางรอบจะใช้ระบบดิวส์ลูกเดียว หมายความว่าเมื่อถึงแต้มดิวส์ ใครเป็นฝ่ายทำแต้มได้ก่อนก็ได้เกมนั้นไปเลย โดยคนที่เป็นฝ่ายรับจะมีสิทธิ์เลือกว่าจะยืนรับลูกเสริฟในข้างซ้ายหรือขวา ซึ่งฝ่ายเสริฟก็ต้องเสริฟในด้านตามนั้น น้องสามารถสอบถามกรรมการก่อนลงแข่งได้ครับว่าใช้ระบบไหน แต่ปกติเขาก็จะแจ้งให้เราทราบอยู่แล้วครับ
ในการแข่งขันนี้มีการใช้หลายแบบแล้วแต่คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะเลือกใช้สำหรับแต่ละประเภทหรือแต่ละรอบว่าจะใช้ระบบ 8 เกม หรือสองในสามเซ็ต หรือแบบ 4 เกมสองเซ็ตแล้วตัดสินด้วยไทเบรกเมื่อได้หนึ่งเซตเท่ากัน อันนี้กรรมการเขาจะแจ้งให้เราทราบครับ แต่ถ้าสงสัยว่าจะใช้แบบไหนก็สอบถามก่อนลงแข่งได้ครับ

ระบบ 8 เกม
ใครทำได้ถึง 8 เกมก่อนเป็นฝ่ายชนะ ในกรณีที่ได้ 7 เกมเท่ากันต้องเล่นให้เป็น 9-7 จึงจะชนะ ถ้า 8 เกมเท่ากันให้ตัดสินด้วยไทเบรก คือเล่นเป็นแต้มใครถึง 7 แต้มก่อนเป็นฝ่ายชนะ ถ้า 6 แต้มเท่ากันต้องทำให้ได้ 2 แต้มติดกันจึงจะชนะ ในการเล่นไทเบรกคนที่เป็นฝ่ายรับในเกมสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเสริฟก่อน โดยเสริฟหนึ่งแต้ม แล้วหลังจากนั้นจึงสลับกันเสริฟทีละสองแต้มไปเรื่อย ๆ

ระบบสองในสามเซต
ใครได้ถึง 6 เกมก่อนก็เท่ากับว่าชนะไปหนึ่งเซต (ถ้า 5 เกมเท่ากันต้องเล่นเป็น 7-5 จึงชนะ ถ้า 6 เกมเท่ากันตัดสินด้วยไทเบรก โดยไทเบรกเป็นแบบเดียวกับระบบ 8 เกม) เมื่อจบเซตที่หนึ่งแล้ว ก็เริ่มเล่นเซตที่สอง แต้มเป็น 0-0 ใหม่ แล้วก็เหมือนเซตแรกใครได้ 6 เกมก่อนเป็นฝ่ายชนะ ใครทำได้สองเซตก่อนจะเป็นผู้ชนะ ในกรณีที่ได้หนึ่งเซตเท่ากัน ให้เล่นเซตที่สามเป็นเซตตัดสิน ใครได้เซตสุดท้ายนี้ก็ถือว่าเป็นฝ่ายชนะไป

ระบบสี่เกม
คล้าย ๆ กับระบบสองในสามเซต เพียงแต่เล่นแค่สี่เกมและไม่มีเซตที่สามเท่านั้น คือใครถึงสี่เกมก่อนก็ถือว่าชนะไปหนึ่งเซต ( 3 เกมเท่ากันต้องชนะ 5-3 ถ้า 4 เกมเท่ากัน ตัดสินด้วยไทเบรก) ผู้ที่ทำได้สองเซตจะเป็นฝ่ายชนะ ในกรณีที่ได้หนึ่งเซตเท่ากันจะไม่ทำการตัดสินด้วยเซตที่สาม แต่ตัดสินกันด้วยการเล่นไทเบรกแทน
ระบบแบบสี่เกมนี้เป็นกฎแบบใหม่ เมืองไทยเราอาจยังไม่คุ้นเคยกันนัก เป็นกฎที่สหพันธ์เทนนิสนานาชาติหรือไอทีเอฟเขาตั้งขึ้นมาครับ ตอนนี้ก็ใช้ในการแข่งขันรอบควอลิไฟล์ของการแข่งขันระดับเยาวชนโลก
2. เพื่อไม่ให้การนับแต้มมีปัญหาสำหรับกรณีที่ตัดสินกันเอง ขอแนะนำว่าให้ตะโกนดัง ๆ เวลาลูกออกนะครับ หรือถ้าสงสัยว่าลูกที่เราตีไปแล้วคู่ต่อสู้เขารับเสียหรือตีไม่ทันนั้นดีหรือออก ก็ถามกันให้เคลียร์ จะได้ไม่มีการโมเมกันภายหลังครับ

การเปลี่ยนข้าง
1. การแข่งเทนนิสจะมีการเปลี่ยนข้างทุกเกมเลขคี่และระหว่างทำการเปลี่ยนข้างนั้นก็จะให้พักเบรกดื่มน้ำได้ครับ ทุกเกมเลขคี่ก็หมายความว่าจำนวนเกมที่เล่นไปนั้นเป็นเลขคี่ คือเมื่อจบเกมแรกก็จะพักเปลี่ยนข้าง เพราะเท่ากับว่าเล่นไป 1 เกม (1= เลขคี่) แล้วหลังจากนี้ก็จะพักทุก ๆ สองเกม คือถ้าเล่นอีกสองเกมก็เป็น 3 เกม(= เลขคี่) อีกสองเกมก็เป็น 5 เกม อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ ถ้าง่าย ๆ ก็ดูจากสกอร์ก็ได้ครับเอาเกมของทั้งสองฝ่ายมาบวกกัน เช่น ถ้าสกอร์ 5-3 ก็เท่ากับว่ายังไม่ต้องพักเปลี่ยนข้าง เพราะ 5+3 = 8 เป็นเลขคู่ ถ้า 5-4 ก็พักได้เลย เพราะบวกกันได้เท่ากับ 9 เป็นเลขคี่ครับ
2. สำหรับการแข่งที่นับเป็นเซตด้วย ก็พักตอนเกมเป็นเลขคี่เช่นเดียวกันครับ ตอนจบเซตถ้าเกมเป็นเลขคู่ เช่น ชนะ 6-4 หรือ 6-0 อะไรอย่างนี้ก็ไม่พัก แต่ถ้าเป็นเลขคี่ เช่น 6-3 หรือ 6-1 ก็พักครับ ในกรณีที่เล่นไทเบรก เมื่อจบไทเบรกแล้วก็พัก เพราะเท่ากับว่าชนะ 7-6 ถือเป็นเลขคี่ครับ ในกรณีที่เซตแรกเป็นเลขคู่ก็ให้เล่นเกมแรกของเซตที่สองต่อไปเลยแล้วค่อยพัก แล้วก็เล่นทีละสองเกมแล้วค่อยพักตามปกติ ส่วนในกรณีที่เซตแรกเป็นเลขคี่ พักแล้วค่อยต่อเซตสอง หลังจบเกมแรกของเซตสองแล้วก็พักครับ เพราะถือว่าเป็น 1-0 เท่ากับเกมเลขคี่ แล้วหลังจากนี้ก็ค่อยเล่นทีละสองเกมแล้วพักเหมือนเดิมครับ จากเซตสองไปต่อเซตสาม(ถ้ามี)ก็ดูแบบเดียวกันนี้แหละครับ
3. สำหรับไทเบรกนั้นต้องเปลี่ยนข้างกันทุก ๆ หกแต้ม แต่ไม่มีการพักดื่มน้ำครับ แค่เดินเปลี่ยนข้างกันเท่านั้น

หลังจบการแข่งขัน


เมื่อจบการแข่งขันแล้วทั้งสองฝ่ายจะไหว้คู่ต่อสู้และไหว้กรรมการเพื่อเป็นการขอบคุณและบ่งบอกถึงมารยาทอันดีงาม พร้อมทั้งเดินไปจับมือคู่ต่อสู้ที่เน็ตด้วยเพื่อแสดงน้ำใจนักกีฬา

อื่น ๆ


การลงแข่งเทนนิสยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่นักกีฬาควรทราบนอกเหนือไปจากนี้อีก เช่น กฎการแต่งกาย ซึ่งน้อง ๆ ควรอ่านระเบียบการด้วย ข้อแก้ตัวที่ว่าไม่รู้ย่อมไม่ผิดน่ะฟังไม่ขึ้นนะครับ
ระเบียบการของการแข่งขันก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนให้ยุ่งยาก แค่คลิกเข้าไปอ่านในเว็บเรานี่เองครับ
ข้อมูลเต็มเปี่ยมแบบนี้แล้ว ขอให้น้อง ๆ โชคดีในการแข่งขันทุกคนครับ



บทความโดย : นิตยสารเทนนิส


Tennis Tips | Tennis Courts | Top Ten Players | Thai Tennis Schedule | Tournament & Ranking
Home | Webboard | Member | Link
Powered by PHP4 & MySQL
Copyright @ Thai Tennis Magazine All rights reserve