แอนดี รอดดิก ทายาทอเมริกันคนต่อไป ![]()
กำลังเป็นไปอย่างที่ใครต่อใครต่างคาดการณ์กันไว้ แต่ถ้าจะให้ว่ากันตามจริงแล้วรอดดิกก้าวหน้าไป
กว่าที่คาดการณ์กันไว้มากเลยทีเดียว เมื่อปีที่แล้วเขาชนะเลิศจูเนียร์แกรนด์สแลมถึงสองรายการ
ซึ่งก็คือออสเตรเลียนโอเพ่น และยูเอสโอเพ่น และยังสามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของทำเนียบเยาวชนโลกอีกด้วย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รอดดิก จากโอฮามา สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศชายเดี่ยวของเอทีพีเป็นรายการแรกของเขา
ได้สำเร็จ ขณะนี้ในวงการเทนนิสกำลังกล่าวขวัญกันถึงทายาทของสหรัฐ ผู้ที่จะมาสืบช่วงต่อจากแซมปราส
และอากัสซี
แน่นอนตำแหน่งนี้ดูเหมือนว่าจะตกเป็นของแอนดี รอดดิก อย่างไม่ต้องสงสัย
หรืออีกในนามหนึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า "เอ-รอด" ซึ่งเป็นชื่อที่เพื่อน
ๆ ร่วมทัวร์ตระเวนแข่งขันต่างใช้เรียกเขา รอดดิกกล่าวที่
การแข่งขันยูเอสเมนเคลย์คอร์ตแชมป์เปี้ยนชิพ ที่ฮูสตัน ว่า "ผมไม่ได้กดดันตัวเองหรือตั้งความหวังไว้สูงนัก
ในใจผมคิดว่าผมไม่ได้ล้ำหน้าหรือล้าหลังที่วางแผนไว้ สรุปได้ว่าผมไม่ได้อยู่ตรงจุดไหนเลย"
แน่นอนว่าประโยคนี้เป็นการพูดถ่อมตนของรอดดิก เพราะถ้าจะว่ากันอย่างภาษาวัยรุ่นแล้วตอนนี้รอดดิกก็นับได้ว่า
กำลังระเบิดเปรี้ยงปร้างเลยทีเดียว เขาชนะในประเภทเดี่ยว ศึกเดวิสคัพ ทำแต้มให้ทีมสหรัฐในนัดที่เจอกับสวิตเซอร์แลนด์
จากนั้นก็พิสูจน์ความสามารถด้วยชัยชนะที่พลิกความคาดหมายของคนทั่วโลก โดยการเอาชนะ
พีท แซมปราส อย่างไม่เสียแม้แต่เซ็ตเดียว ที่อีริคสันโอเพ่น รอดดิกสามารถเข้าถึงรอบก่อนรองฯ
ของทัวร์นาเม้นท์ชื่อดังนี้ ก่อนจะไปปราชัยให้กับนักเทนนิสที่กำลังฮอทเช่นกันอย่าง
เลตัน เฮวิท จากออสเตรเลีย
รอดดิกยังคงพิสูจน์ความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ ท่ามกลางความอัศจรรย์ใจของทุกคน
เขาสามารถคว้าตำแหน่ง
ชนะเลิศอย่างพลิกความคาดหมาย ที่แอตแลนตาเมื่อสัปดาห์ก่อน
โดยเอาชนะอเมริกันรุ่นพี่ ทอดด์ มาร์ติน ในรอบ 16 คนสุดท้าย และจบการแข่งขันด้วยการเอาชนะนักเทนนิสเบลเยียม
ผู้ชำนาญบนเคลย์คอร์ตอย่าง ซาวิเย มาลีซ ด้วยสกอร์ 6-2, 6-4 ในรอบชิงชนะเลิศ
รอดดิกคิดว่าที่เขาสามารถ
คว้าชัยชนะมาได้เป็นเพราะการจู่โจมอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่การโต้กลับลูกแรกนั่นเอง เขากล่าวว่า "ผมไม่ได้คาดไว้ว่าจะคว้าตำแหน่งชนะเลิศครั้งแรกจ
ากการเล่นบนเคลย์คอร์ต ผมรู้สึกแปลกใจ แต่ก็รู้สึกเยี่ยมมากมากเลยครับ"
ชัยชนะของรอดดิกที่แอตแลนตาส่งผลให
้ประวัติศาสตร์ของเทนนิสโลกเปลี่ยนแปลงไป เขาทำสถิติเป็นวัยรุ่นอเมริกันที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าตำแหน่ง
ชนะเลิศรายการของเอทีพี คนล่าสุดที่ทำสถิติไว้คือไมเคิล ชาง ซึ่งคว้าตำแหน่งชนะเลิศที่ซานฟรานซิสโก
ขณะที่กำลังมีอายุ 19 ปี 11 เดือน ที่มากกว่านี้ก็คือรายการที่รอดดิกคว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนมาครองนี้
เป็นเพียงรายการที่ 10 ของเอทีพีที่เขาลงแข่ง จึงนับได้ว่ารอดดิกเป็นแชมป์เปี้ยนบนเส้นทางเอทีพีได้เร็วกว่า
พวกยอดฝีมือรุ่นพี่ ๆ อย่างไมเคิล ชาง ซึ่งชนะเลิศในรายการที่ 17 อังเดร อากัสซี
รายการที่ 24 จิม คูเรียร์
รายการที่ 33 และพีท แซมปราส รายการที่ 34 รอดดิกให้สัมภาษณ์ว่า
"ครับ ผมเคยได้ยินคนกล่าวกันถึงสถิติพวกนี้มาแล้ว แต่ผมก็ไม่มีความเห็น
ผมคิดว่ามันยังต้องการเวลา
อีกสักหน่อยน่ะครับ" รอดดิกยังกล่าวเสริมถึงเหล่านักเทนนิสรุ่นพี่อีกว่า
"ผมเคารพพวกเขาเสมอแหละครับ ก็ดีนะครับที่ผู้คนชอบเอาผมไปเปรียบ แต่ยังไงผมก็ไม่ใช่พวกเขา"
สรุปแล้วรายการเอทีพีตลอดสี่เดิอนที่ผ่านมา รอดดิกทำผลงานชนะเลิศชายเดี่ยวหนึ่งรายการ
และ
ชนะเลิศชายคู่อีกหนึ่งรายการที่เดลเรย์ บีช โดยคู่กับแจน ไมเคิล แกมบิล
รอดดิกมีสถิติแพ้ชนะอันยอดเยี่ยม โดยชนะ 12 แมตช์ขณะที่แพ้ไปเพียง 4 แมตช์เท่านั้น
อันดับเอทีพีของเขา
พุ่งขึ้นสู่อันดับที่ 32 จากปีที่แล้วอยู่ที่อันดับ 160 แต่อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมารอดดิกก็นับได้ว่า
เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่อยู่ใน 200 อันดับแรกของโลก บางครั้งก็ง่ายที่จะลืมไปว่ารอดดิกยังอยู่ในวัยขาโจ๋
เพราะเขาเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี และมีสติอยู่เสมอ ไม่หลงตัวเอง และมองอะไรตามข้อเท็จจริง
ตอนนี้รอดดิกเป็นเจ้าของรถคันหรู เมอร์ซีเดส เอสยูวี ซึ่งเขาขับมันมาได้ยังไม่ถึง
2 ปี
รูปของรอดดิกในเอทีพีเว็บไซต์นั้น เขาสวมหมวกเบสบอลกลับหลัง พิซซาเป็นสิ่งที่รอดดิกโปรดปราน
นอกจากนี้เขาก็ยังชื่นชอบเรื่อง "เซาท์ พาร์ค" ทางทีวี และไลฟ์เฮาส์
ยอดฝีมืออย่างแซมปราส
วัย 29 ปี และอากัสซี วัย 31 ปี อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไลท์เฮาส์นั้นเป็นวงดนตรี
การพัฒนาอันอัศจรรย์ของรอดดิกเริ่มตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว ในวอชิงตัน เป็นรายการที่เขาสามารถเข้าถึงรอบรองฯ
ก่อนจะไปปราชัยให้กับอากัสซี
รอดดิกกล่าวถึงการข้ามจากระดับจูเนียร์มาสู่สังเวียนอาชีพว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว
"ในแมตช์จูเนียร์เราอาจจะเฉื่อยไปบ้างในบางครั้ง แต่สำหรับสังเวียนอาชีพแล้วเราต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
วอชิงตันทำให้ผมตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ และทำให้ผมตระหนีกอีกว่าผมสามารถก้าวมาสู่สังเวียนนี้ได้"
ชัยชนะที่แอตแลนตาส่งผลให้รอดดิกเป็นนักเทนนิสยอดนิยมที่ฮูสตัน
ซึ่งเป็นรายการวอร์มอัพสำหรับเฟร้นช์โอเพ่น ในรอบแรกรอดดิก ซึ่งไม่ได้รับการวางมือ
เอาชนะเรมอน สลุยเทอร์ 6-4, 6-3 ซึ่งนักเทนนิสดัชคนนี้รอดดิกเคยเอาชนะมาแล้วในรอบแรกที่แอตแลนตา
และรอดดิกยังล้มมือวางอันดับ 5 แมกนุส กุสตาฟสัน จากสวีเดน 6-2, 6-4 ผู้ซึ่งมีอายุ
34 ปี นับว่าเกือบสองเท่า
ของอายุรอดดิกเลยทีเดียว กุสตาฟสันลงแข่งเอทีพีในประเภทเดี่ยวมาทั้งหมด 653
แมตช์ ในขณะที่แมตช์นี้เป็นเพียงแมตช์ที่ 27
ของรอดดิกเท่านั้น รอดดิกกล่าวในท้ายที่สุดว่า
"ผมว่าผมไม่เห็นตัวเองเป็นวัยรุ่นหรอกครับ ผมก็แค่พยายามชนะการแข่งขันเท่านั้นเอง
บทความโดย : นาตาลี